babylon

!! All About Art !!! (aaa)

posted on 26 Nov 2009 22:12 by babylon  in babylon

Tagนี้รับต่อมาจากคุณปลาทองคะนองศึกค่ะ  เริ่มเลยนะู^v^

 

=v= วาดเล่นแก้เครียดค่ะ ช่วงนี้สับสนกับชีวิตตัวเองนิดหน่อย

 

★ ชื่ออะไรเอ่ย?

ชื่อ Babylon(บาบิโลน) เรียกสั้นๆว่าบาบิค่ะ

★ อายุ? (ถ้าบอกได้)

อ..โอยยย แก่แล้..ว...ว  ตั้ง21 แน่ะ

★ เริ่มวาดรูปตั้งแต่เมื่อไหร่?

อนุบาลค่ะ วาดมันไปเรื่อยๆจำได้ว่าช่วงนั้นชอบวาดพวกนางเงือก  เซเลอร์มูน 

ขบวนการ 5 สีไรงี๊ สาเหตุตอนนั้นเพราะอยากวาดรูปให้เก่งๆแล้วแขวนโชว์

เหมือนพวกร้านอาหาร  ปัจจุบันวาดจนกองพะเนินแต่ขี้เกียจซื้อกรอบใส่เลย

ไม่ได้แขวนซักที  ฮาา~า

★ ถนัดมือข้างไหน

ขวาค่ะ

★ วาดอะไรถนัดกว่ากัน : ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง?

ผู้ชายค่ะ แต่ผู้หญิงก็วาดได้นะ พอๆกันแต่ไม่ค่อยวาดง่ะ

★ วาดอะไรถนัดกว่ากัน : ผมยาว หรือ ผมสั้น?

ผมยาวค่ะ

★ ถนัดวาดหันซ้ายหรือหันขวามั้ย

ตามความเคยชินมักจะวาดหันซ้ายค่ะ (เหมือนรูปข้างบนเลย 55)

★ ถนัดวาดหันหน้าหรือหันข้างมั้ย?

ได้ทั้ง2 อย่างค่ะ

★ ปัญหาที่เจอในการวาดรูป?

ปวดตากับ ปวดเอวค่ะ (นั่งวาดกับพื้นง่ะ)แล้วก็ การร่างภาพที่นานมากกก

★ ชอบวาดอะไรเป็นพิเศษ?

ผู้ชายหล่อๆค่ะ ส่วนเสื้อผ้าจะเป็นแบบเผยกล้ามหรือน่าอกบางส่วนให้ดูเซ็กซ์ซี่

จนเดี๋ยวนี้เพื่อนเห็นวาดผู้ชายทีไรมันชอบทักว่าวาดเกย์ทุกทีเลยTT_TT  ต่อให้

วาดแบบใส่เสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตที่เรียบร้อยก็ตาม (ปวดใจ๊ปวดใจเค่อะ)

★ ถนัดงานมือ หรืองานคอมพิวเตอร์มากกว่ากัน?

งานมือค่ะ เพราะทำงานคอมแล้วต้องใช้สายตาเยอะเดี๋ยวนี้สู้แสงคอมไม่ค่อยจะ

ไหวเลย  แต่สวยไม่สวยอีกเรื่องนะคะ

★ เริ่มวาดจากส่วนไหนก่อน?

โครงร่างทั้งตัวโดยรวมค่ะ

★ นิสัยเสียเวลาวาดรูป?

ชอบเก็บรายละเอียดในส่วนที่บางทีไม่จำเป็น

★ มีเทคนิคในการลงสีหรือเปล่า?

ถ้าเรื่องงานมือก็มีหลายอยู่ค่ะ(แต่คงเหมือนคนทั่วๆไปค่ะ  ถามได้นะคะถ้าตอบได้

จะตอบค่ะ) แต่งานคอมนี่คิดว่าไม่มีนะ

★ ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ในการวาดรูป?

2-6 ชั่วโมงค่ะ

★ เปิดเพลงแนวไหนเวลาวาดรูป?

แล้วแต่รูปที่จะวาดค่ะ คือดูตามอารมณ์ของรูปแล้วเลือกเพลงมาเปิดให้ไปทาง

เดียวกัน  หรือให้ใกล้เคียงกันค่ะ

 ★ ปกติแล้วใช้เวลานานแค่ไหนในการหาไอเดียวาดรูป?

30นาที-1 ชั่วโมงครึ่งเป็นอย่างต่ำ และ 3 ชั่วโมงเป็นอย่างมากค่ะ

★ อุปกรณ์ที่ชอบใช้?

หลักๆก็ ดินสอ ยางลบ กระดาษ(เลือกให้เหมาะกับงาน)และกระดาษรอง

ที่เสริมมาก็ พิกม่า จีเพน เมจิค พู่กัน หมึก ไม้บรรทัด ทิชชู่ (เลือกให้เหมาะกับงาน)

★ สีที่ชอบใช้เวลาลงสี?

สีน้ำค่ะเพราะประหยัด แห้งทีก็เอาน้ำหยอดแล้วใช้ได้อีก และ สีไม้ค่ะ

★ สไตล์ที่ชอบ?

ของอ. Kajiwara Niki  ส่วนคนไทยชอบผลงานสีน้ำของพี่มนตรี คุ้มเรือนค่ะ 

★ ตั้งเป้าที่จะเป็นศิลปินแบบไหนในอนาคต?

 จะต้องเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้ค่ะ เพราะตลอดมาก็เดินมาสายวาดการ์ตูน

อยู่แล้ว ถึงแม้อุปสรรคจะค่อนข้างมาก และแม้อาชีพนี้จะเป็นอาชีพที่รายได้

ไม่สูงแต่ก็มีความสุข และสามารถแจกจ่ายความสุขให้กับผู้คนผ่านลายเส้น

และเรื่องราวได้ค่ะ

เนื่องจากไปเจอTag โดนใจเข้าเลยอดไม่ได้ที่จะอัพบลอคบ้าง (ทำไงได้ เลือดวายมันร่ำร้องค่ะ )

 ขอรั่ว  หลุด  ระบายบ้างแล้วกันนะคะ  หลังจากอดมานาน  กรั่กๆๆๆ

 

กติกา: ตอบคำถามให้หมดเพราะคุณได้รับเลือกให้เป็นสาววายเเล้ว
เเละที่สำคัญ.. ไม่ต้องสุภาพ เรารู้ว่าคุณเครียด

 ในที่นี้ขอจำกัดความคำว่า Y ในความหมายเราคือ  ชายรักชาย

 

1. ใน Y น่ะ ชอบ Yaoi หรือ Yuri

-  Yaoi ค่ะ  อ่านแล้วจิตแจ่มใส หัวใจเบิกบาน ยี๊ฮ่าา~าาา !!!>///<

 

2. วายเรื่องเเรกที่อ่านคืออะไร

-  เอ่ออ...ถ้าเป็นเรื่องที่อ่านแล้วไม่รู้ว่าเป็นวายล่ะก็นะ Tokyo Babylon ค่ะ

    เพราะตอนนั้นเด็กม๊ากมาก 555  อ่านไปคิดได้แค่ว่าเท่จังเลยอ่าา ประมาน ป.1อะไร

   นี่แหละ 

-  แต่ถ้าเอาแบบรู้จักจริงๆครั้งแรกเลยนี่ จำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ มันนานมากแล้วสัก 8 ปี

   เหนจะได้

   แต่จำราคา ลายเส้น ตัวละคร และโครงเรื่อง ได้นะเออ (ซะงั้นอ่ะ แต่ดันจำชื่อไม่ได้

  เนี่ยนะ ) เพราะตอนนั้นเข้าใจผิดเห็นว่าหน้าปกมันสวยมากมาย เป็นเด็กนักเรียนหน้าตา

   น่ารัก ส่วนปกหลังก็เป็นครูผู้ชายแสนเท่  ราคา 60 บาท(เพิ่งเคยซื้อเกิน35บาทครั้งแรก)

   เสร็จแล้วก็จะเอาไปอวดคุณแม่ เพื่อสาธยายความสวยงามของหน้าปก  " โหตั้ง60บาท

    แพงจังเลยลูก"  " แต่แม่จ๋า มันสวยมากเลยนะ ทั้งสีและลายเส้น อนาคตหนูอยากวาด

    ให้ได้แบบนี้จังเลย.. บลาๆๆ"  ว่าแล้วก็แกะอย่างทนุถนอม    ชั่วพริบตาที่เปิดผ่านนั้นเอง

     ????............oAO !!!!!! ...... 5 วิ...

    เหมือนดั่งโดนคำสาปให้กลายเป็นหิน  เราค่อยๆเก็บมันใสกระเป๋าแล้วหันไปยิ้มให้แม่

   แบบเนี่ยนๆอย่างช้าๆ (แต่วิญญาณหลุดลอยไปแหล๋ว  เอิ๊กส์.. ) นั่นคือ อาการช็อค

    ครั้งแรก  5555 อ่อนโลกมากๆ

    นั่นเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ไม่มีวันลืมจริง ๆ มารู้ตัวอีกที2-3เดือนให้หลังการ์ตูนที่อ่านก็เริ่ม

    กลายเป็นตูนวายไปซะงั้น 5555

 

 3. เเล้วทำไมถึงชอบวายล่ะ

- มันไม่จำเจล่ะมั๊งนะ เพราะเมื่อก่อนอ่านการ์ตูนทีไร เวลานางเอกเห็นพระเอกกับนางร้าย

หรือ กิ๊กอะไรก็แล้วแต่ น้ำตามักจะมาอย่างแรกตลอด รึไม่ก็เข้าตบพระเอกแล้ววิ่งหนีไรงี๊

แล้วพระเอก ตามมาง้อคืน  แต่ถ้าเป็นตูนวายมันมักจะมีอะไรมาหักมุมนิดหน่อยก่อน รึไม่ก็

เลี้ยวไปอีกอย่างนึง  บางเรื่องคาดเดาไม่ได้ก็มีนะ^^       แต่ถ้าเทียบกับปัจจุบันแล้ว

การ์ตูนปัจจุบันนี่หลากหลายรสชาติสุดๆ  จะตูนวายก็ดี รึตูนธรรมดาก็ดี  เรียกได้ว่าเปลี่ยน

ไปเรื่อยตามสมัยก็ได้นะ อื๊ออ

 

4. เเล้วคิดยังไงกับพวกที่รังเกียจวาย

- เจอบุคคลมาแล้วหลายประเภทที่รังเกียจวายตั้งแต่รับได้ ถึง ขั้น"อี๋ แหวะ!! อย่ามาคุย

เรื่องพวกนี้ให้เราฟังนะ  ทุเรศว่ะ" ....เอิ่มมม...ม...นี่แค่การ์ตูนชายรักชายนะคะพี่น้อง

ไม่ใช่ของเน่า  ....

      สำหรับเราแล้วเฉยๆค่ะ ทุกคนเป็นเพื่อนกันได้ ขอแค่อย่าพูดอะไรที่ชวนให้เรา

รังเกียจเป็นพอ   เราจะไม่ข้ามเส้นเข้าไปในสิ่งที่คนอื่นไม่ชอบ แต่เราก็จะไม่ให้เขา

ล้ำเกินกว่าเส้นที่เรากำหนดไว้เช่นกันค่ะ ถ้าการแลกเปลี่ยนความคิดครั้งแรกเริ่มที่

"โทดทีนะ แต่เราไม่ใช่สายวายน่ะ"  ความเป็นเพื่อนจะยังคงมีต่อไปค่ะ และเราก็จะ

ไม่พูดเรื่องนั้นต่อ  แต่ถ้ามาถึงพล่ามๆๆ ใส่เป็นชุดอย่างขาดสติเรียกว่ายึดมั่นสูง

ไม่ฟังใครล่ะก็  ลาขาดล่ะค่ะ^^

 

5. เคยเเต่งวายมั้ย

- เคยค่ะ แต่ดูเหมือนแค่ชวนคิดไปเองมากกว่า  แต่ปัจจุบันอยู่แค่ระดับ soft พอ(เน้นแค่

 ความรู้สึกแต่ไม่เน้นการกระทำค่ะ)

 

6. (ถ้าเคย) เรื่องเเรกที่เเต่งคือเรื่องอะไร

- โดจินนารุโตะ คู่ กาอาระ กับ คิบะ   แต่ปัจจุบันซุ่มวาดเกะ กับ โตะ อยู่นะเออ

 

7. เเล้วก็ชอบวายของใครที่สุด เรื่องอะไร?

- โห...-////-ตัดสินใจลำบากมากเค่อะ เอาเป็นว่า

      * ถ้าเป็นการ์ตูนวายออริจินัลต้องนี่เลย Master, shall we?

ไม่เพียงแต่เนื้อเรื่องน่ารัก สัดส่วนสวยได้รูป  ลายเส้นงามชวนติดตา  ภาพสเก็ตช์ยังชวน

ให้ปลื้มได้อีกค่ะ

      * ถ้าเป็นโดจินล่ะก็ชอบโดจินFMAของกลุ่มไอเดีย(idea)มากที่สุดค่ะ  เพราะ

นอกจากการดำเนินเนื้อเรื่องจะสะกดสายตาแล้ว   ลายเส้นของพวกเขายังสะกดหัวใจเรา

ไว้ด้วย  เรียกได้ว่าลายเส้นมีชีวิตเลยก็ว่าได้

 

8. ถ้าเอาเรื่องนั้นมาเทียบกับที่ตัวเองเเต่งล่ะ

- โดนเขี่ยตกกระป๋องน่ะสิก๊ะ  แต่ซักวันนึงล่ะนะเราจะทำให้ได้เล๊ย! ต้องมีสักวัน~ต้องมีสักวานน~

 

9. คิดว่าตัวเองบ้าวายขนาดไหน

- ไม่มากไม่มายแค่หลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน เฮ่ยยยย !!! ไม่ใช่ละ 0_oiii

   ก็แค่รู้สึกว่าถ้าเลิกอ่านไปชีวิตคงเฉาแน่เลยง่ะ ขาดสีสันแย่เลยโดยเฉพาะสีม่วง

  อะเหย อะเหย~

 

10. มีอะไรอยากบอกคนที่ไม่ใช่สาวกวายมั้ย

  อาจมีมากมายเกินสาธยายได้หมด แต่เท่าที่นึกได้ตอนนี้ก็.....เยอะอยู่นาาา -w- เอาล่ะ

 

นี่เป็น เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้นนาา~

 

   ควรตั้งสติก่อนสตาร์ทอ่านเค่อะ และควรอ่านอย่างใจเย็นนะเคอะ

 

 

 - คนเราทุกคนล้วนมีมุมมองที่ต่างกัน เราอยู่ร่วมสังคมกันได้ ไม่ล้ำเส้นกัน คุยกันดีดี

แลกเปลี่ยนทรรศนะคติ ความคิดเห็นที่ต่างกันได้ อย่างมีสติ และสุภาพ  มิใช่เอาความคิด

ของตนเองเป็นที่ตั้ง  แล้วเอามาฟาดฟันกัน  สุดท้าย  ก็เจ็บทั้งคู่

 

เหรียญ ย่อมมี 2 ด้านเสมอ เหมือนขาวกับดำ  การ์ตูนวายไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมด

ถ้าหากลองเปิดใจให้กว้าง  แล้วคุณจะรู้ว่าการ์ตูนวายไม่ได้แตกต่างไปจากการ์ตูนอื่นๆ

ทั่วไปเลย  

 

- การบอกว่ารังเกียจเพราะเพียงแค่เห็นว่ามันไม่ใช่พระเอกกับนางเอก แต่เป็นพระเอก

กับนายเอกนั้นดูจะเป็นความคิดที่ชั่ววูบไปสักหน่อย  ถ้าหากคุณลองหาแบบที่เนื้อหาเบาๆ

สวยๆที่คุณพอรับได้มาอ่านสักเล่มแล้วลองวิเครา์ห์ คุณจะรู้ว่า แท้จริงแล้วการ์ตูนวายคือ

การ์ตูนผู้หญิงดีดีนี่เอง เพียงแต่เปลี่ยนนางเป็นนายก็เท่านั้น

 

- การบอกว่าการ์ตูนวายน่ารังเกียจเพราะเพียงแค่เห็นว่ามีฉากกอดจูบไปจนถึงขั้นขึ้นเตียง

เลยนั้น อาจเป็นการที่ด่วนสรุปเกินไปไหม ถ้าหากลองมองในมุมที่กลับกันการ์ตูนธรรมดา

ทั่วไปก็มีไม่ใช่หรือ ถ้าจะบอกว่านั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น  การ์ตูนวายก็เช่นเดียวกัน 

นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง...

  

                               ....ความต่างอยู่ที่ตรงไหน ?....

 

  การ์ตูนวายมีเนื้อหาที่โจ่งแจ้งและเด่นชัด เอะอะก็ทำ แต่การ์ตูนทั่วไปไม่เด่นชัดขนาดนี้

อย่างนั้นหรือ  นั่นอาจเพราะคุณตัดสินเอาจากที่เคยเห็นด้วยตาอยู่หรือเปล่า  หลายครั้งที่

คุณอาจไม่เคยรู้ว่าการ์ตูนบางเล่มที่คุณผันมือผ่านไปเพื่อเลือกหาการ์ตูนเรื่องที่คุณรู้จัก

ไม่ได้ต่างไปจากการ์ตูนวายเลย เพียง เพราะหน้าปกไม่ได้วาดให้ดูแล้วรู้ คุณจึงคิดว่ามัน

คือการ์ตูนทั่วไป   แต่แค่การ์ตูนที่คุณเห็นแล้วว่าหน้าปกมีชายหนุ่ม 2 คนหน้าตาดี ยืน

จับมือกัน  คุณจึงฟันธงลงไปแล้วว่ามันน่ารังเกียจ   ต่างกับการ์ตูนที่คุณรู้จัก นั่นเพราะ 

 คุณได้รู้จักมันแล้วไม่ใช่หรือ  ถึงมั่นใจพูดไปว่า  มันต่างกันกับการ์ตูนทั่วไปซึ่งเหมารวม

ว่าเหมือนกับการ์ตูนที่คุณเคยอ่าน ในขณะที่การ์ตูนทั่วไปอื่นๆคุณยังไม่เคยได้รู้จัก

 (เว้นเสียแต่หน้าปกนั้นจงใจวาดให้ล่อแหลมหรือโจ่งแจ้งจริงๆทั้ง 2 ฝ่าย)

 

-  การที่คุณบอกว่ารังเกียจการ์ตูนวายนั้น อาจเป็นเพราะคุณพยายามปิดกั้นตัวเองที่จะมองข้อดีของมัน

   หรือเปล่า  เพียงเพราะคุณเห็นว่ามันเป็นการ์ตูนรักร่วมเพศที่คุณแค่จินตนาการว่าการจับมือกัน

   ของชายหนุ่ม 2 คน ก็สามารถทำให้คุณขนลุกได้แล้วใช่ไหม  ถึงทำให้คุณรู้สึกรังเกียจ

           หากลองเปลี่ยนมามองอีกมุมหนึ่ง หากว่าคุณมีการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ชื่นชอบมาก

แล้วให้คุณบอกว่ามันเป็นอย่างไร ทำไมถึงชอบ  คุณคงเล่าได้อย่างเป็นฉากๆ ถึงเนื้อเรื่อง

ฉาก และตัวละคร  ว่าคุณชอบตรงนั้นตรงนี้ เพราะมันอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างสนุกสนาน

มีกอดจูบบ้างว่ากันไป

       และถ้าลองกลับมาที่เดิม  สมมุติว่าถ้าหากมีคนนำการ์ตูนวายแค่แบบซอฟท์

(มากสุดแค่จูบ)เล่มหนึ่งมาให้คุณอ่าน แล้วให้คุณลองเล่าให้ฟัง   เดาได้เลยว่าแค่เห็นหน้าปก

คุณคงมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมไม่มากก็น้อย   นั่นเพราะจินตนาการของคุณโลดแล่น

ไปไกลกว่าสิ่งที่คุณเห็นคือ คิดมากจนฟุ้งซ่าน      หรือบางทีพอคุณอ่านไปถึงแค่ฉากที่

พระเอกยิ้มให้นายเอก จนนายเอกเขินจนหน้าแดง  คุณก็อาจจะ " เหวอ..อ...แหวะ.... "

ไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่แค่ยิ้ม...  และคุณอาจจะไม่อยากอ่านต่อไป  แค่เพราะเป็น

ชาย กับ ชาย    นอกเสียจากว่าเนื้อเรื่องมันไม่สนุกหรือ  ไม่ถนัดอ่านลายเส้นแบบนี้  

แต่ถ้าลองให้สายวายมาอ่านแล้วลองเล่าให้ฟังดูสิ  ความรู้สึกก็คงไม่ต่างจากการที่คุณ

ได้เล่าเรื่องที่ชอบได้อย่างมีความสุขเช่นกันจริงไหม

 

               .... หากลองนำมาเทียบกัน   สิ่งที่กั้นไว้ก็แค่เส้นด้ายบางๆ ...

                   ต่างกันเพียงแค่ความรู้สึก    และการยอมรับมันไม่ใช่หรือ

                      ที่จะทำให้คนเราเปิดใจรับมันได้หรือไม่ได้ก็เท่านั้น

 

- ยังมีการ์ตูนวายอีกมากที่รอให้คุณมาหยิบอ่าน  เราคงไม่ขอปฏิเสธว่าการ์ตูนวายนั้นมีโป๊

 มีเปลือย  เช่นเดียวกับการ์ตูนอื่นๆที่อยู่ในเส้นทางความมืดเดียวกัน  แต่ขอได้โปรดอย่า

 เหมารวมกันเสียทั้งหมด   ควรแยกแยะเสียให้ถูกต้อง  เหมือนกับกระดาษสี ทั้งๆที่เป็น

  กระดาษเหมือนกัน แต่มันมีสีที่ต่างกัน  จึงทำให้เรารู้ได้ว่าสีไหนคือสีไหน และควรจะเลือก

 นำมาใช้อย่างไร   การ์ตูนวายก็เช่นเดียวกัน  หากคุณรู้จักเลือกและรู้จักที่จะบริโภค 

  คุณก็จะเห็นข้อดีของมันได้ไม่ยาก แต่การที่จะหาการ์ตูนวายที่ดีจริงๆนั้น  สำหรับเราแล้ว

  อาจจะลำบากอยู่บ้าง เพราะนอกจากจะขึ้นอยู่กับความชำนาญแล้ว  การเสี่ยงดวงดูจะเป็น

  อะไรที่ท้าทายอยู่มากเช่นกัน

 

 - บางคนอาจไม่เคยรู้  ว่ามีการ์ตูนวายที่ดีอยู่จริงๆ  ยกตัวอย่างการ์ตูนวายเรื่องหนึ่ง

 เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ เด็กชายคนหนึ่งกำลังเดินตามหาของที่ทำตกหายในป่าแถบชนบท 

แล้วเกิดพลัดตกลงในแม่น้ำ  และได้กับปะ2ตัวช่วยไว้ ความเป็นเพื่อนระหว่างพวกเขา

จึงเริ่มต้นขึ้น  จนถึงวันหนึ่งทางรัฐบาลได้เริ่มเข้ามาทำโครงการถนนตัดผ่านในชนบท

ทำให้ต้นไม้ถูกตัด  และแม่น้ำขุ่นมัว สิ่งมีชีวิตบริเวณใกล้นั้นจึงต่างพากับย้ายถิ่นฐาน   

เด็กชายเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อรู้ข่าวว่าเพื่อนแสนสำคัญของเขาต้องจากไป  เด็กชาย

และกัปปะทั้ง 2 จึงได้ให้สัญญากันไว้ว่า ถ้าหากแม่น้ำกลับมาใสสะอาดได้อีกครั้ง กัปปะทั้ง

2 จะกลับมาอยู่ที่ป่าแห่งนี้อีกครั้งหนึ่่ง     สิ่งสำคัญที่คนเขียนต้องการสื่อให้คนอ่านรู้

นอกจากมิตรภาพแล้ว นั่นคือการรักษาสภาพแวดล้อม หลายตอนที่คนเขียนมักจะคอย

เขียนลายเส้นที่แทรกความรู้สึกและคำพูดอย่างตรงไปตรงมาเสมอๆเกี่ยวกับธรรมชาติ

 สิ่งมีชีวิต และการพึ่งพาอาศัยกัน เพื่อจรรโลงใจคนอ่านและสอนไปในตัวถึงการรักษา

ธรรมชาติ ป่าไม้ และต้นน้ำ ลำธาร รวมไปถึงความมักง่ายของคน ได้อย่างเข้าใจง่าย

และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว   

               โดยส่วนตัวแล้วเราคิดว่าการ์ตูนวายเรื่องนี้น่ายกย่องจริงๆค่ะ

 

 

 

    เอาล่ะ ที่นึกได้ในตอนนี้ก็หมดแล้ว  ฟู่!!! ย้อนกลับไปดู  เฮ๊ย !!!0_O นี่ฉานเก็บกด

ไว้มากมายเลยเรอะ! 

 

    ว่าแล้วก็อัพ แล้วลอยละลิ่วฉิวตามลมต่อไปเค่อะ ^^

 

................................................

ขอส่ง Tag นี้ต่อไปให้สายวายท่านอื่นค่ะ

 

 

 

 

คำตอบที่ฉันค้นพบ

 

    บางครั้งคนเรา เมื่อมีอาการโดดเดี่ยว เหงา หรือเศร้าสร้อยทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางคนหมู่มากแท้ๆ

แต่กลับ ไม่มีความสุขกับชีวิต  คนๆนั้นก็มักจะเริ่มเบื่อหน่ายและมักตั้งคำถามบางอย่างกับตัวเอง

ซึ่งตัวฉันเอง ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น  คำถามบางคำถาม บางคนอาจบอกว่าไม่มีคำตอบ  แต่

สำหรับฉันแล้วฉันคิดว่า มันสำคัญสำหรับฉัน…    เพราะคำตอบที่ได้รับนั้น มันจะทำให้ฉัน

สามารถเลือกทางเดินชีวิตที่แน่นอน และเป็นของตัวเองได้  คำถามบางอย่างเมื่อตั้งคำถามออกมา

แต่กลับตอบตัวเองไม่ได้ เช่น ทำไม   เพราะอะไร     ใช่ไหม  ซึ่งฉันก็คิดว่าคำถามทุกคำถาม

มักมีคำตอบในตัวเองอยู่แล้วตามเวลา สถานที่  แล้วแต่ว่า เมื่อผู้ประสบพบสิ่งที่ตัวเองต้องการคำตอบ

โดยไม่ทันตั้งตัวที่สถานที่ๆหนึ่ง... ดังเช่นเรื่องราวของฉัน 

 

                  ตัวฉัน มักเป็นคนที่ชอบสงสัย ตั้งแต่เด็กฉันก็มักชอบสงสัยอะไรไปเรื่อยเปื่อยที่เป็น

อะไรที่ เด็กเค้ามักไม่ค่อยคิดกัน  แต่ฉันคิด  ฉันมักคิดและตั้งคำถามกับตัวเองเสมอๆว่า  “ ตัวฉัน

เกิดมาทำไม “  ทั้งๆที่ บางครั้งฉันก็ไม่อยากที่จะคิดอะไรมากเพราะคิดไปก็ไม่มีความหมายอะไร 

 แต่คำถามที่ซ้ำๆนี้มักชอบปรากฏ ขึ้นมาในสมองของฉันบ่อยๆ  อันที่จริง ฉันก็เคยดูทั้งการ์ตูน  

สื่อโฆษณา  ละครโทรทัศน์  บางเรื่องก็มักจะมี คำถามแนวนี้ แต่ก็ไม่นึกว่าฉันจะพบด้วยตัวฉันเอง

                  เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงตอนปิดเทอมปลาย ม.1 ก่อนที่ฉันจะขึ้น ม.2  วันนั้นเป็น

วันที่อากาศค่อนข้าง ร้อนแม่ของฉัน ชวนฉันกับน้องไปเดอะมอลล์ ตอนช่วงประมาณบ่าย 2 กว่าๆ

โดยที่ไม่ลืมหยิบถุงชมพู่ไปด้วย ตอนนั้น แม่ ฉัน และน้อง นั่งอยู่ในรถตู้  แม่ของฉันออกอาการท่าที

ซึมๆ ฉันเลยถามแม่ว่าเป็นอะไรรึเปล่า  แม่บอกว่าง่วง นิดหน่อยสงสัยคงเป็นเพราะยาที่กิน

ก่อนออกมานี่ล่ะมั้ง  แต่ฉันกลับรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก จากนั้น แม่ก็ลุกจากที่นั้ง

ด้านหลังสุดไปหน้าสุดเพื่อจ่ายเงินให้กับคน ขับ  พอแม่ได้รับเงินทอนก็นั่งลงกับพนักพิงตัวแรก  

ฉันเริ่มสังเกตอาการของแม่ โดยที่สังเกตได้ชัดอย่างแรกคือ เมื่อใกล้จะถึงเดอะมอลล์แม่ทำถุงชมพู่

ที่ถืออยู่ตกลงพื้น ถึง 2 ครั้ง ตอนแรกฉันนึกว่าเพราะรถเลียวแม่ก็เลยทำตก ... แต่...ไม่ใช่

แล้วคำถามที่ฉันคิดมาตลอดว่า ทำไมตัว ฉันต้องเกิดมาด้วย  เพราะอะไร  ทำไม   แน่นอนฉันได้รู้

ขึ้นมาทันทีในวินาทีนั้น  ฉันได้รู้ว่าการทีฉันเกิดมานั้นก็เพราะจะได้ดูแลและทดแทนพระคุณ

ของแม่  

 แต่มันสายไปแล้วหรือ

 

                     แม่ของฉันล้มพิงลงกับพนักพิง คอของแม่เอนตกไปทางที่วางแขนด้านซ้าย ฉันตกใจมาก

รีบลุกขึ้นไปหาแม่ทางเบาะหน้าสุด ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่รกตู้จอดและผู้โดยสารคนอื่นลงจากรถ

ฉันประคองแม่ขึ้นมานั่งให้ตรงแต่แล้ว แม่ก็กลับเอนลงไปอยู่ท่าเดิมเหมือนเป็นคนกระดูดอ่อน

 ฉันถึงกับต้องประคองไว้และถามแม่อย่างตั้งสติไม่ค่อยได้ว่า   แม่!! เป็นอะไรไป แต่เสียงที่

กลับได้ยินกลับทำให้ฉันใจเสียขึ้นไปอีก เพราะเสียงที่ออกมานั้นช่างแผ่วเบาและฟังไม่เป็นภาษา

คนขับรถเห็นท่าว่าจะไม่ดี จึงบอกให้ฉันปิดประตูและพาไปที่ลานจอดรถที่แฮปปี้แลนด์ที่มีรถตู้

จอดอยู่มากมาย และลงมาเปิด ประตูรถเพื่อให้อากาศถ่ายเท  ในขณะนั้นตัวฉันเองทำอะไรไม่ถูก

ได้แต่ประคองกอดแม่ไว้แน่น  แต่น้ำตาของฉันกลับไม่มีเลย สักนิด  ดวงตาของแม่เริ่มริบหรี่เต็มที

เหมือนคนที่กำลังจะหลับไป ฉันคอยตบแก้มแม่เบาๆและเรียกเพื่อไม่ให้แม่หลับ ความรู้สึกใน

ตอนนั้นช่างสับสน  แล้วจู่ภาพเหตุการณ์บางอย่างก็ปรากฎขึ้นมาในสมองของฉันโดยที่ฉันเองก็

ไม่เข้าใจว่าทำไม ในภาพเหตุการณ์นั้น ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่ชุดคล้ายกับชุดคลุมท้อง

ในอ้อมแขนของเธอมีเด็กน้อยคนหนึ่งหลับสบาย อย่างไร้กังวลในอ้อมแขนที่อบอุ่นนั้น เธอยิ้มและ

มีความสุขที่ได้โอบอุ้มและดูแลเด็กน้อยคนนี้….ฉันเริ่มมองย้อนเห็นภาพ เหตุการณ์ในอดีตมาเรื่อยๆ

 บางภาพฉันเห็นหญิงมีอายุคนหนึ่ง ใส่เสื้อตัวเก่าๆมีรอยขาดเป็นที่ๆ กางเกงตัวโทรมๆที่มีแต่รอยปะ

เย็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เธอนั่งซักผ้า หยาดเหงื่อแต่ละหยดที่ไหลมาจากใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้านั้น

ใบหน้าที่ดูเศร้าหมองแต่เต็มไปด้วยกำลังใจ   ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยท้อแท้ แม้ว่าเธอจะอ่อนล้าสักแค่ไหน  

แต่มีเพียงสิ่งหนึ่งที่เธอหวังเพียงว่า      สักวันผู้เป็นลูกของเธอนั้นจะ มีอนาคตที่ดีและสดใส  

เธอทำหลายสิ่งหลายอย่างโดยไม่ห่วงตัวเอง  แต่ผู้เป็นลูกนั้นกลับนั่งเล่นอยู่ในบ้านโดยไม่ใส่ใจ

สิ่งที่เธอทำไปมันสูญเปล่างั้นหรือ  ?………

 

                   จนในตอนนี้ร่างที่ฉันอุ้มและพยุงไว้เป็นร่างของหญิงคนนั้น ที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะขยับแม้แต่

นิ้วมือยังไม่ได้  ฉันเพิ่งรู้และสังเกตตอนนี้เองว่า   แม่ดูเปลี่ยนไปมาก  ทั้งร่างกายที่ดูแสนจะอ่อนล้า

และผ่ายผอม  ผิวหนังที่ยานและเหี่ยวย่น   ฝ่ามือที่แสนนิ่มและอบอุ่น  บัดนี้กลายเป็นฝ่ามือที่ด้านและสาก 

 ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ที่ฉันมีความสุข แต่กลับอยู่บน ความทุกข์ของแม่ ฉันตอบแทนผู้มีพระคุณ

ด้วยสิ่งเหล่านี้หรือ ?  ใจลึกๆของฉันถามตัวเอง ฉันอยากจะแก้ตัวอีกครั้ง   จะสายไปไหมถ้าฉันจะปรับปรุง

ตัวเอง จะไม่ดื้อเอาแต่ใจ  จะตั้งใจเรียนหนังสือจะช่วยแบ่งเบางานบ้านของแม่  จะคอย ดูแลเอาใจใส่แม่ยาม

แม่ป่วย จะไม่โวยวาย  ไม่ใช่จ่ายเงินฟุ่มเฟือย  จะทำตัวเป็นลูกที่ดีของแม่ ขอเพียงแค่ให้แม่กลับมาเป็น

เหมือนเดิมเท่านี้  ใจฉันคิดและอธิษฐานเพียงแค่ นี้จริงๆ   

   

...นี่แหละคือ คำตอบที่ฉันค้นพบ...


  เพราะฉันเกิดมาเพื่อสิ่งเหล่านี้ เหนือสิ่งอื่นใด ฉันเกิดมาเพื่อดูแลคนๆนี้  แล้วจู่ๆก็เหมือนมีปาฏิหารย์

เกิดขึ้น  ร่างของแม่ ที่ทำท่าว่าแย่ลงไปทุกขณะกลับลุกขึ้นนั่ง แม่ถามฉัน กับน้อง  และคนขับรถ ว่า

เป็นอะไร   คนขับรถเล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟัง แม่กลับบอกอย่างสบายๆว่าไม่เห็นมีอะไร   แล้วแม่ก็พาฉัน

กับน้องเดินเข้าไปในตลาดใกล้ๆกับลานจอดรถ 

                  ทันใดนั้น  น้ำตาก็ไหลออกมาจากแก้มของฉันโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ฉันนั่งลงที่ม้าหินอ่อน

ใกล้ๆและร้องไห้อย่างไม่อายคนที่เดินผ่านไปมา  ความรู้สึกในตอนนั้นเป็นความรู้สึกที่โล่งอก แต่ก็สับสน

ทั้งเสียใจ  ดีใจ  และยิ่งกว่านั้น คือ ไม่ใช่ความฝัน ผู้ที่อยู่ตรงหน้าฉันคือแม่บังเกิดเกล้าเป็นผู้ที่ฉันรัก

มากที่สุดและไม่มี ใครสามารถที่จะมาแทนที่คนๆนี้ได้ ฉันกอดแม่ไว้แน่นเพราะรู้ว่า  อย่างน้อยก็ยัง

ม่สายเกินไปที่ฉันจะทำอะไรๆเพื่อผู้หญิงคนนี้และตลอดไป



             จนปัจจุบันนี้ภาพเหตุการณ์นั้นยังคงจดจำไว้ในสมองไม่มีวันจางหาย เมื่อใดที่ฉันท้อแท้ 

 ฉันจะคิดว่าความท้อแท้ เพียงเล็กน้อยแค่นี้ของฉัน  ยังเทียบไม่ได้เลยกับการที่แม่คอยเลี้ยงดูฉัน

ตั้งแต่เล็กจนโต  สิ่งๆหนึ่งที่ฉันได้รู้  คือ  คนเรานั้น เวลาที่จะทำอะไร เพื่อใครสักคน  ไม่ควรที่จะ

รอให้วันสุดท้ายมาถึง ไม่อย่างนั้นแล้ว คนที่จะต้องเสียใจมากที่สุด ก็คือตัวเราเอง

 

 

 

แล้วคุณล่ะ...พบคำตอบหรือยัง?...

 

 

----------------------------------------------

edit @ 1 Feb 2009 01:47:27 by บาบิโลน